
หลายคนพูดว่าหม่ำรักลูกเลยอยากให้ลูกดังในวงการ เลยทำให้ผมคิดด้วยหัวอกคนมีลูกเช่นกันว่าทุกวันนี้เด็กๆวัยรุ่นที่กำลังเจริญพันธุ์ และอยู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต หากเลือกทางถูกก็ย่อมทำให้ประสพควาสำเร็จในการศึกษาพร้อมที่จะเป็นกำลังช่วยพ่อแม่ในยามแก่อีกทั้งเป็นอนาคตของชาติ ลูกสาวคนโตผมเพิ่งได้ปริญญาใบที่2ด้านการโรงแรมจากสวิสเซอร์แลนด์ดั่งที่ได้เคยคุยไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนนี้ก็ให้แกลองทำการบริหารโรงแรมวิสต้าที่กทม. ขนาด15ห้องดูสักพักว่าการเรียนกับการปฏิบัติจริงต่างกันแค่ไหน อีกทั้งปัจจุบันใครๆก็บอกคนตกงานเยอะ แต่เอาเข้าจริงๆบรรดาคนตกงานเหล่านั้นก็เป็นฝ่ายเลือกงานที่อยากทำ ไม่ใช่นายจ้างเป็นฝ่ายเลือกคนงาน ก็คงอีกสักระยะ ส่วนลูกชายคนกลางหลังจากพลาดปริญญาที่นิวซีแลนด์ก็มาเริ่มต้นกันใหม่ที่เมืองไทย 1ปีที่ผ่านมาการปฏิบัติตัวให้เขาเข้ากับวัฒนธรรมไทยๆยังไม่ประสบความสำเร็จนัก อีกทั้งแกมีความเป็นอารติสท์ ศิลปิน มากไปหน่อย การแต่งกาย/ทรงผมที่แตกต่างกับนักเรียนคนอื่นที่มหาลัยศิปกรทำให้แกต้องออกและกำลังหาสถานศึกษาใหม่ซึ่งแน่นอนว่ากว่าจะเริ่มคงต้องราวเดือนมิถุนายนปีหน้า สังคมไทยเราต้องยอมรับนะครับว่าดูกันก็ที่การแต่งตัวมากกว่าความรู้จึงทำให้คนที่แต่งตัวไม่ดีเวลาไปไหนๆคนมักจะดูแบบเหยียด ลูกชายผมเองเขาไปเรียนนอกตั้งแต่เด็กเลยทำให้การปรับค่อนข้างยาก อีกทั้งการเรียนในประเทศเรานอกจากวิชาที่เราเลือกแล้วยังต้องเรียนอีกหลายอย่างที่ตัวเขาไม่เห็นประโยชน์ก็เลยเริ่มเบื่อเรียนไปเสียนี่ คงต้องรอดูอีกสักระยะ...สวัสดีครับ
No comments:
Post a Comment